โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พัฒนาทักษะเดิม เพิ่มเติมทักษะใหม่ สู่การพยาบาลให้สารน้ำอย่างปลอดภัย ปีที่ 4” (Re Skill & Up Skill for Safety Infusion Nurses, 4th Edition)
![]() คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่ |
กลุ่มเป้าหมาย : พยาบาลจำนวน 220 คน พยาบาลภายใน 20 คน และ พยาบาลภายนอกคณะฯ 200 คน |
||||||||||||||||||||||||
![]() คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่ | ||||||||||||||||||||
กลุ่มเป้าหมาย : พยาบาลจำนวน 220 คน พยาบาลภายใน 20 คน และ พยาบาลภายนอกคณะฯ 200 คน |
การคาสายสวนหลอดเลือดดำส่วนปลายและส่วนกลางเพื่อการรักษา ถูกใช้แพร่หลายทั้งในโรงพยาบาลและนอกโรงพยาบาล ทั้งนี้เนื่องจากมีผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยเด็ก และผู้ป่วยกลุ่มโรคมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัดที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วย ยา สารอาหาร องค์ประกอบของเลือดทางหลอดเลือดดำ ผ่านสายสวนหลอดเลือดดำทั้งแบบระยะสั้น และระยะยาว ทำให้เกิดความไม่สมบูรณ์ของหลอดเลือดเช่น หลอดเลือดแข็ง เล็ก เปราะ แตกง่ายและภาวะหลอดเลือดดำอักเสบจากความเข้มข้นของสารน้ำและยา หรือมีปัจจัยส่งเสริมอื่น ๆ เช่น มีภาวะบวม ทำให้มีความยากลำบากในบริหารยาทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย อาจส่งผลให้ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลนานขึ้นหรืออาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมการคาสายสวนหลอดเลือดดำส่วนปลายและกลาง มีความหลากหลาย ที่ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ทำให้ระยะเวลาการใช้งานได้นานขึ้น ได้แก่ สายสวนหลอดเลือดดำชนิด Midline, Piccline, Central-line รวมถึงเครื่องมือต่างๆที่ช่วยให้พยาบาลมีความแม่นยำมากขึ้น ได้แก่ ทักษะ ultrasound มาช่วยในการคาสายสวนหลอดเลือดดำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใส่ให้ประสบความสำเร็จมากขึ้น ลดจำนวนครั้งของการแทงหลอดเลือดได้ พยาบาลจึงมีความจำเป็นต้องเรียนรู้ เพิ่มเติมทักษะดังกล่าว นอกจากนี้ มาตรฐานการดูแลสายสวนหลอดเลือดดำที่เป็น Best Practice การดูแลสายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลางชนิดต่าง ๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการพยาบาล โดยมุ่งหวังให้ผู้ป่วยปลอดภัย ได้รับสารน้ำครบถ้วนตามแผนการรักษา และสุขสบายเพิ่มขึ้น ดังนั้นพยาบาลในยุคปัจจุบัน มีความจำเป็นต้องมีสมรรถนะทั้งด้านองค์ความรู้ ทบทวนทักษะเดิมและเสริมทักษะใหม่ๆของตนเองให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานวิชาชีพโดยการอ้างอิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์
ความคิดเห็น: หมายเหตุ: HTML จะไม่แสดงผล!
ให้คะแนน: แย่ ดี
พิมพ์รหัสป้องกันสแปม:


เมนูหลัก
ดาวน์โหลดเอกสาร
